> เคล็ดลับลงทุน > SFT

18 มกราคม 2021

SNAPSHOT : SFT

สแกนหุ้นฟิล์มSFT เก็งงบQ4พุ่ง118% ออเดอร์หนุนพอร์ต


SFT ฟิล์มหดรัดรูป แต่กำไรขยาย


SFT บริษัท ชริ้งเฟล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)


Company Background


บริษัท ชริ้งเฟล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SFT เป็นหนึ่งในผู้นำการให้บริการ Labeling Solutions แบบครบวงจร ด้วยผลิตภัณฑ์ฉลากฟิล์มหดรัดรูป ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการดำเนินธุรกิจมายาวนานกว่า 12 ปี ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา SFT มุ่งมั่นที่จะสร้างความเข้มแข็งให้แก่ธุรกิจด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย มีงานผลิตที่คุณภาพและความละเอียดสูง ทำให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดีทั้งในเชิงคุณภาพและปริมาณ ไม่ว่าจะเป็นระบบการพิมพ์แบบกราเวียร์ ที่ใช้แม่พิมพ์ในการผลิตที่รองรับงานพิมพ์ที่มีปริมาณมา และระบบการพิมพ์แบบดิจิตอล เป็นเทคโนโลยีที่ใช้เทคนิคการสร้างภาพด้วยระบบเลเซอร์ ประหยัดเวลาในการทำงานเนื่องจากไม่ต้องใช้แม่พิมพ์ และผลิตตามจำนวนที่ต้องการ SFT มุ่งมั่นในการเป็นผู้นำฉลากฟิล์มหดรัดรูปในประเทศไทยและอาเซียน พร้อมเติบโตไปกับผู้ประกอบการไทย สนับสนุนการขยายตลาดในไทย และนำแบรนด์สินค้าจากไทยไปแข่งขันบนเวทีโลกผ่านฉลากฟิล์มหดรัดรูปที่มีคุณภาพของบริษัทฯ


Key Development of Company


2550 บริษัท ชริ้งเฟล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 20มิถุนายน 2550เพื่อประกอบธุรกิจผลิตและให้บริการทางด้านฉลากสินค้าประเภทฟิล์มหดรัดรูป

2551 บริษัทเริ่มใช้ระบบการพิมพ์กราเวียร์ 9 สี ในกระบวนการผลิตฉลากฟิล์มหดรัดรูป

2552 บริษัทได้ลงทุนซื้อเครื่องพิมพ์กราเวียร์ 9 สี เพิ่มเติมเพื่อรองรับการขยายตัวทางธุรกิจ

2557 บริษัทขยายธุรกิจการพิมพ์ โดยเริ่มนำระบบการพิมพ์ดิจิตอลเข้ามาใช้ในกระบวนการผลิต และซื้อเครื่องพิมพ์กราเวียร์ 10 สีเพิ่มเติม บริษัทได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001: 2008

2560 บริษัทได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001: 2015สำหรับการผลิตฉลากฟิล์มหดรัดรูปสำหรับสินค้าบรรจุภัณฑ์

2562 บริษัทได้ลงทุนซื้อเครื่องพิมพ์กราเวียร์ 10 สี เพิ่มเติมรวมถึงซื้อเครื่องจักรผสมสี

2563 บริษัทได้จดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)


Business Plan


ตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั้งในด้านปริมาณ และความรวดเร็วในการผลิต ด้วยระบบการพิมพ์ทั้งระบบกราเวียร์ และระบบดิจิตอล พร้อมด้วยเครื่องมือและเครื่องจักรที่มีประสิทธิภาพ และมีการบริหารจัดการกำลังการผลิตในระดับที่เพียงพอ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า

ส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์ฟิล์มยืด (stretch film) ซึ่งเป็นสินค้าใหม่ของบริษัท

รักษาความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า เพื่อให้เกิดการสั่งซื้อสินค้ากับทางบริษัทอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการได้รับคำสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ใหม่จากลูกค้ารายเดิม

กระตุ้นให้เกิดการเพิ่มจำนวนของลูกค้ารายใหม่อย่างต่อเนื่อง

มุ่งเน้นการพัฒนาคณะผู้บริหาร และบุคลากรให้เกิดการเรียนรู้ และพัฒนาไปพร้อมกับนวัตกรรมใหม่ๆ


Investment Highlight


อุตสากรรมฉลากฟิล์มหดรัดรูปมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับการเติบโตของอุสหากรรมอาหารและเครื่องดื่มซึ่งเป็นลูกค้าหลักของบริษัท อีกทั้งฉลากฟิล์มหดรัดรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่มีสิ่งอื่นทดแทน

บริษัทมีผลการดำเนินงานเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงปี 2560-2562โดยมีอัตราการเติบโตของรายได้เฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ร้อยละ 22.40%และมีอัตรากำไรขั้นต้น และอัตรากำไรสุทธิ ที่มีแนวโน้มสูงขึ้น

บริษัทสามารถเติบโตได้แม้ในช่วงของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 ที่ผ่านมา ด้วยลูกค้าหลักซึ่งอยู่ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต และการจัดการภายในที่มีคุณภาพ

คุณภาพของผลิตภัณฑ์และการให้บริการของบริษัทอยู่ในระดับสูง ทำให้ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าในการผลิตสินค้าใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง

บริษัทมีการพัฒนาในส่วนงานต่างๆอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการสูงสุดของลูกค้าผ่านนวัตกรรมที่ทันสมัย พร้อมให้สินค้าก้าวสู่เวทีโลก


SFTรายใหญ่ป้อนออเดอร์

อัพกำลังผลิต-เป้าโต20%


ทันหุ้น – SFT ลูกค้ารายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ป้อนออเดอร์ เชื่อฐานลูกค้าเดิมโต 10% ด้านบิ๊กบอส “ซุง ชง ทอย” ตั้งเป้ารายได้พุ่งขึ้น 15-20% ลุยอัพกำลังผลิตอีก 33 ล้านเมตรต่อปี จากปัจจุบัน 135 ล้านเมตรต่อปี ชี้ทิศทางธุรกิจเดินหน้าปกติ ไม่กังวลโควิด-19 รอบใหม่


นายซุง ชง ทอย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ชริ้งเฟล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SFT เปิดเผยว่า ปี 2564 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต 15-20% จากการเติบโตของฐานลูกค้าเก่า ซึ่งมีคำสั่งซื้อ(ออเดอร์) ฉลากฟิล์มหดรัดรูปเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เพราะลูกค้าตั้งเป้ายอดขายปีต่อปี และส่งออเดอร์ให้กับบริษัท เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการผลิตสินค้าแล้ว โดยเฉพาะลูกค้าเครื่องดื่มรายใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เช่น บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP , บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ICHI


ทั้งนี้บริษัทประเมินทิศทางการเติบโตของลูกค้าเก่าจะเติบโตประมาณ 10% ขณะเดียวกันบริษัทจะขยายฐานลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น โดยฐานลูกค้าหลักยังเป็นกลุ่มอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องสำอาง และของใช้ในครัวเรือน


วางกลยุทธ์ธุรกิจ


สำหรับสัดส่วนรายได้มาจากผลิตภัณฑ์ฉลากฟิล์มหดรัดรูป 2 ประเภทตามระบบการพิมพ์ ได้แก่ ระบบการพิมพ์กราเวียร์ และระบบการพิมพ์ดิจิตอล อยู่ที่ 95% และผลิตภัณฑ์อื่น ได้แก่ แม่พิมพ์ (Printing Cylinder) และฟิล์มยืด (Stretch Film) อยู่ที่ 5%


ขณะที่กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ บริษัทจะพัฒนาการขายสินค้ากับคู่ค้า ให้เป็นพันธมิตรทางการค้า และสร้างความพึงพอใจในการให้บริการแก่ลูกค้ามากขึ้น ซึ่งจะสนับสนุนให้ธุรกิจเติบโตไปพร้อมกันกับลูกค้า ส่วนสถานการณ์โควิด-19 ระบาดรอบใหม่ บริษัทคาดจะไม่กระทบต่อการดำเนินงานในปี 2564 เนื่องจากในปี 2563 ประเทศไทยล็อกดาวน์ แต่บริษัทมีผลประกอบการเติบโตต่อเนื่อง เพราะกลุ่มลูกค้าของบริษัทคือกลุ่มอาหาร เครื่องดื่ม ซึ่งเป็นกลุ่มที่จำเป็นต้องใช้ในชีวิตวัน


ส่วนปี 2564 ไม่มีล็อกดาวน์ ทุกอุตสาหกรรมยังสามมรถดำเนินงานได้ตามปกติ ทำให้บริษัทประเมินทิศทางธุรกิจและผลประกอบการปี 2564 จะเติบโตต่อเนื่องจากปี 2563 ประกอบกับคาดการณ์ว่า GDP ในประเทศจะกลับมาเติบโตได้ 2-3% ซึ่งจะช่วยผลักดันหลายธุรกิจให้กลับมาดำเนินงานได้ปกติ


แผนลงทุนปี 64


สำหรับแผนการลงทุนในปี 2564 บริษัทยังเดินหน้าลงทุนตามแบบเสนอข้อมูล หรือไฟลิ่ง ก่อนเข้าตลาดหลักทรัพย์ โดยจะเพิ่มเครื่องจักรใหม่ เพื่อเพิ่มไลน์ผลิตอีก 1 ไลน์ คาดจะใช้เงินลงทุนราว 30 ล้านบาท เพื่อรองรับออเดอร์ที่จะมีเข้ามาในช่วงไฮซีซั่น หรือประมาณไตรมาส 2/2564 ซึ่งผู้ประกอบการผลิตเครื่องดื่มจะมีผลิตภัณฑ์ขายในช่วงฤดูร้อน ทำให้ความต้องการใช้ฉลากฟิล์มหดรัดรูปในช่วงดังกล่าวจะมีออเดอร์เพิ่มขึ้นสูง


โดยในช่วงปลายปี 2563 กำลังผลิตค่อนข้างเต็ม ซึ่งมีกำลังผลิตอยู่ที่ 135 ล้านเมตรต่อปี และหากเพิ่มเครื่องจักรใหม่ได้ตามแผน คาดจะกำลังผลิตจะเพิ่มขึ้นอีก 33 ล้านเมตรต่อปี จะรองรับออเดอร์จากลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ที่มีเข้ามา


นายซุง ชง ทอย กล่าวต่อว่า ด้านทิศทางการขนส่งสินค้า หรือการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ และเกิดการขาดแคลนพื้นที่ขนส่งสินค้า บริษัทไม่กังวลในประเด็นดังกล่าว อีกทั้งบริษัทจะเพิ่มสต็อกสินค้าจากเดิม 3 เดือน เป็น 4-5 เดือน เพื่อให้วัตถุดิบ เพียงพอต่อการผลิตสินค้าให้กับลูกค้า

จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X