#GULF #ทันหุ้น -โบรกเกอร์ได้ออกบทวิเคราะห์หุ้นบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ที่จะกลับมาซื้อขายในวันพรุ่งนี้(3 เม.ย.68) หลังจากมีการควบรวมกิจการกับบริษัท อินทัชคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ INTUCH เสร็จสิ้นและเป็น NewCo โดยใช้ Ticker เดิมคือ GULF นั้น
ฝ่ายวิจัยเอเซีย พลัส มองว่า GULF จะมีโครงสร้างธุรกิจหลังควบรวม แบ่งเป็น กลุ่มธุรกิจพลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน สัดส่วน 60% ของกำไร และกลุ่มธุรกิจดิจิทัล 40% ของกำไร โดยกลยุทธ์หลักยังคงเน้นน้ำหนักไปที่กลุ่มพลังงาน แต่จะมองการลงทุนไปยังธุรกิจเกี่ยวเนื่องอื่นๆ นอกเหนืองจากธุรกิจดังเดิมโรงไฟฟ้ามากยิ่งขึ้น อาทิ Data Center เป็นต้น
ผลบวกจากการควบรวมคาดจะช่วยด้านการปรับโครงสร้าง ทำให้การบริหารจัดการภายในกลุ่มบริษัทฯ มีความคล่องตัว พร้อมโอกาสเกิด synergy ใหม่ๆในระยะยาว
ในแง่ของการสร้างกำไร คาดจะรับรู้กำไรส่วนเพิ่มจากการถือหุ้น 40% ใน ADVANC(เดิม 20%) เข้ามาเพิ่มเติมกว่า 3.8 พันล้านบาท/ปี (อิงจากส่วนแบ่งกำไรที่คาดเพิ่มขึ้นจากเดิมราว 8.3 พันล้านบาท หักด้วยค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์ไม่มีตัวตนราว 4.0 พันล้านบาท)
ในด้านสถานะทางการเงิน คาดจะช่วยให้GULF มีอัตราส่วน NET IBD/E ลดลงมาอยู่ราว 0.8เท่าจากเดิม 1.8เท่า และอันดับเครดิตเรตติ้งเพิ่มขึ้นจาก A+ เป็น AA- ซึ่งคาดจะส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินลดลงจากเดิมที่ต้นทุนหุ้นกู้อยู่ราว 3%
ฝ่ายวิจัยเอเซียพลัส คงมูลค่าพื้นฐาน ณ สิ้นปี 2568 ของ GULF อยู่ที่ 68.25 บาท/หุ้น คงคำแนะนำ Outperform จากความโดดเด่นด้านปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ทั้งในระยะสั้น และระยะยาว พร้อมโอกาสเกิด synergyในธุรกิจใหม่ๆ ที่ยังไม่ถูกรวมไว้ในประมาณการ เน้นหาจังหวะเข้าสะสมลงทุนระยะยาว
บล.กรุงศรี เริ่มต้นคำแนะนำซื้อหุ้น GULF (NewCo) ให้ราคาเป้าหมายที่ 56.5 บาท โดย GULF ยังเป็นผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าที่มีความ Secured บนสัญญารูปแบบ IPP และ Renewables, มี MW growth ต่อเนื่อง, รวมถึงมีการเติบโตทั้งในแง่ของกำไรและ Operating Cashflow จากการควบรวมธุรกิจ Telecom
ฝ่ายวิจัยกรุงศรี คาดกำไรปกติปี 2568-2570 ของ GULF(NewCo) ทำจุดสูงสุดต่อเนื่องบนการเติบโตเฉลี่ย 18% CAGR จาก Equity MW ของโรงไฟฟ้าใหม่ที่กำลังทยอยจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ หรือ COD ในปี 2568-2570 รวม 2,535 MW, การเติบโตของส่วนแบ่งกำไรจาก ADVANC ราว 5% ต่อปี และคาดอัตรากำไรขั้นต้นเริ่มปรับตัวดีขึ้นจากต้นทุนเชื้อเพลิงก๊าซลดลงในปี 2569-2570ไปอยู่ที่บริเวณ 302 และ 281 เหรียญต่อ MMBTU โดยประมาณการปัจจุบันยังไม่รวม Upside จาก Potential project บนพลังงานหมุนเวียนหลังควบรวม ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงจะคิดเป็นกำไรส่วนเพิ่มราว 34-64% ของประมาณการปี 2569
รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ได้ทุกช่องทางเหล่านี้
ช่องทางเฟสบุ๊ก ติดตามข่าวได้ที่เพจ ทันหุ้นออนไลน์
https://www.facebook.com/thunhoonnews
YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/c/ThunhoonOfficial
Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_/
TELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_news
X คลิก https://twitter.com/thunhoon1
Instagram คลิก https://instagram.com/thunhoon.news
เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา อ่านเพิ่มเติม