> SET > BDMS

12 มีนาคม 2025 เวลา 14:12 น.

BDMS โบรกมองแนวโน้มปี 68 เติบโตต่อเนื่อง


#BDMS #ทันหุ้น – การซื้อขายหุ้นบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) หรือ BDMS วันที่ 12 มี.ค.68 ราคาเคลื่อนไหวในช่วง 23.00-23.80 บาท ก่อนจะปิดซื้อขายครึ่งวันเช้าที่ 23.70 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท (+1.28%) มูลค่าการซื้อขาย 693 ล้านบาท

BDMS จัดประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันที่ 11 มี.ค.68 ผู้บริหารให้ข้อมูลแนวโน้มรายได้ในไตรมาส 1/68 คาดจะเติบโตดีทั้งจากลูกค้าไทยและต่างชาติ แนวโน้มครึ่งปีแรก 2568 คาดว่ารายได้จะเติบโต 7-8% YoY มาจากลูกค้าต่างชาติที่เติบโตดีกว่าลูกค้าไทย วางเป้า EBITDA Margin 24+25% ภายหลังการประชุมนักวิเคราะห์โบรกเกอร์มีมุมมองในเชิงบวกต่อคาดการณ์ผลการดำเนินงานปี 2568

.

บล.กรุงศรีระบุว่าทิศทางรายได้ต่างชาติเติบโตเด่น

บล.กรุงศรีมีมุมมอง Slightly positive ต่อข้อมูลจากการประชุมกับ BDMS เนื่องจาก 1) ทิศทางรายได้ต่างชาติมีแนวโน้มเติบโตสูงกว่าเราคาด 2) ยังไม่เห็นความเสี่ยงต่อประมาณการกำไรสุทธิ และ 3) คาดไตรมาส 1/68 กำไรสุทธิเติบโต y-y q-q เด่นกว่า BH โดยเรายังมองบวกต่อโอกาสเติบโตระยะยาวของ BDMS คาดกำไรสุทธิเติบโตต่อปี +11% CAGR 2568-2570 คงคำแนะนำ Buy สำหรับ BDMS และเลือกเป็นหุ้นเด่นกลุ่มฯ ร่วมกับ BCH (Buy TP 19)

.

บล.หยวนต้ามีมุมมองเป็นบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 1/68 ที่ยังเติบโตต่อเนื่อง YoY เติบโตจากทั้งคนไข้ไทยและต่างชาติ โดยผู้ป่วยไทยได้ผลบวกจากโรคระบาดที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน รวมถึงผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 ทำให้มีโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ และอัตราการเข้าใช้บริการ รพ.เพิ่มมากขึ้น ส่วนผู้ป่วยต่างชาติถือว่าเติบโตเด่นสวนทางคู่แข่งรายอื่นที่คนไข้ต่างชาติชะลอตัว จากการเติบโตของกลุ่ม Medical tourism และสามารถแย่งส่วนแบ่งตลาดจากคู่แข่งได้

บล.หยวนต้าคงประมาณการกำไรปี 2568 ที่ 17,392 ล้านบาท +9%YoY จากการเติบโตของรายได้ของผู้ป่วยทั้งในประเทศ และต่างประเทศ โดยคาดรายได้จากกลุ่มลูกค้าต่างชาติเติบโต Double Digit และยังมีประเด็นที่หนุนจากการเติบโตของศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ Center of Excellence (CoE) ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้และอัตรากำไรที่ดีขึ้นจากการรักษาโรคชับซ้อน และcapacity ใหม่ที่เพิ่ม จากโครงการขยาย ได้แก่ รพ.สมิติเวช อินเตอร์เนชันแนล, รพ.พญาไท บ่อวิน และรพ.กรุงเทพ เชียงใหม่

ส่วนประเด็นผลกระทบจากการที่ประกัน ปรับรูปแบบประกันสุขภาพเป็นแบบ Co-payment ที่จะเริ่มในเดือน มี.ค.2568 นี้ คาดกระทบจำกัด เนื่องจากกระทบเฉพาะกลุ่มลูกค้าใหม่ ซึ่งเราประเมิน worst case คาดกระทบไม่น่าเกิน 1-2%ของรายได้รวม

แนวโน้ม 3 ปีข้างหน้าคาดรายได้เฉลี่ยเติบโต CAGR 6-8% ผลบวกจากการเติบโตของ Center of Excellence ซึ่งช่วยเพิ่ม intensity หรือรายได้ต่อหัวที่สูงขึ้น และ การเติบโตจากลูกค้าต่างชาติโดยเฉพาะจาก จีน ,ตะวันออกกลาง ,CLMV และ ยุโรป และการขยายฐานลูกค้าใหม่เช่น ซาอุดีอาระเบีย และบังคลาเทศ

บล.หยวนต้าคงคำแนะนำ "ซื้อ" คงมุมมองเป็นบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการปี 2568 ที่คาดทำสถิติสูงสุดต่อเนื่อง คงมูลค่าพื้นฐานที่ 34.30 บาท อิงสมมุติฐาน WACC ที่ 7.5% ราคาหุ้นถือว่ายังถูก ซื้อขายที่-2SD อิง PE BAND ย้อนหลัง 10 ปี เรามองเป็นจังหวะเข้าลงทุน

.

บล.กสิกรไทยระบุว่าเป้าการเติบโตรายได้ในครึ่งปีแรก 2568 เป็นภาพเชิงบวก

บล.กสิกรไทยแนะนำ "ซื้อ" ด้วยราคาเหมาะสมปี 68 ที่ 29.40 บาท แม้ปรับเพิ่มประมาณการกำไร แต่ถูกชดเชยด้วยสมมติฐานเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้น ปัจจุบันราคาหุ้นซื้อขายด้วย PER ปี 68 ที่ 21.9 เท่า ต่ำกว่า -15D ของ 25.8 เท่า

ผู้บริหารตั้งเป้ารายได้จะเติบโต 7-8% ในครึ่งปีแรก 2568 โดยทิศทางการเติบโตของรายได้ในเดือนม.ค.-ก.พ. เป็นภาพเชิงบวก ขณะที่ตั้งเป้าอัตรากำไร EBITDA ในกรอบ 24-25% สำหรับทั้งปี 68

แนวโน้มรายได้จากคนไข้ต่างชาติจะเติบโตขึ้นจากทุกกลุ่มโดยเฉพาะจากตะวันออกกลางและกลุ่มประเทศ CLMV ส่วนแนวโน้มรายได้จากคนไข้ชาวไทยจะเติบโตปานกลางหนุนจากการโตของรายได้กลุ่มคนไข้ประกันมากกว่ากลุ่มที่คนไข้จ่ายเงินเอง

.



ช่องทางเฟสบุ๊ก ติดตามข่าวได้ที่เพจ ทันหุ้นออนไลน์

https://www.facebook.com/thunhoonnews

จาก
ถึง
Select...
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวล่าสุด

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X