#EKH #ทันหุ้น – EKH เตรียมเปิดศูนย์หัวใจในไตรมาส 2/2568 หนุนผลงานเร่งตัวครึ่งปีหลัง ขณะที่ไตรมาสแรกยอมรับแค่ทรงตัว แต่ย้ำเป้ารายได้ทั้งปีโต 7-8% ส่วนกรณีแผ่นดินไหวรับมือได้ ตรวจสอบไม่พบความเสียหาย และโครงการก่อสร้างเดินหน้าปกติ มองภาพยาวปี 2570 ก้าวกระโดดหลังปี 2569 บริการใหม่ทยอยเริ่มสร้างรายได้
นพ.อํานาจ เอื้ออารีมิตร กรรมการและผู้อํานวยการโรงพยาบาล บริษัท เอกชัยการแพทย์ จำกัด (มหาชน) หรือ EKH ผู้ประกอบกิจการสถานพยาบาลภายใต้ชื่อ โรงพยาบาลเอกชัย เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า บริษัท เอกชัยคาร์ดิโอวาสคูลาร์ เซ็นเตอร์ จำกัด ซึ่ง EKH ถือหุ้นสัดส่วน 50.50% จะเริ่มเปิดบริการธุรกิจดำเนินธุรกิจศูนย์โรคหัวใจและหลอดเลือด ได้ภายในไตรมาส 2/2568 ณ อาคาร A โรงพยาบาลเอกชัย
โดยปัจจุบันโครงสร้างส่วนงานบริการจวนแล้วเสร็จสมบูรณ์ และอยู่ในขั้นตอนขออนุญาตเปิดศูนย์ โดยจะให้บริการครบวงจรโดยครอบคลุมการตรวจวินิจฉัย การรักษา การทำหัตถการต่างๆ ซึ่งจะสนับสนุนให้ครึ่งหลังปีนี้ผลประกอบการขยายตัวชัดเจน สอดคล้องกับคาดการณ์รายได้รวมทั้งปี 2568 ที่จะขยายตัว 7-8% จากปี 2567 ที่มีรายได้ 1,356.59 ล้านบาท
*ผลงานไตรมาสแรกทรงตัว
สำหรับผลประกอบการไตรมาส 1/2568 จากรายงานเบื้องต้นค่อนข้างใกล้เคียงช่วงเดียวกันปีก่อน หรืออาจดีขึ้นเล็กน้อย ซึ่งที่โรงพยาบาลเอกชัย สมุทรสาคร ทั้งในส่วนของผู้ป่วยนอก (OPD) และผู้ป่วยใน (IPD) ในส่วนการบริการคนไข้ต่างๆ เป็นไปตามปกติ ทว่าต้นปีนี้ไม่มีภาวะโรคระบาดเฉกเช่นปีก่อนๆ อีกทั้งการเบิกใช้สิทธิจากประกันต่างๆ รวมถึงการเรียกร้องขอใช้สิทธิภายใต้เงื่อนไขเพื่อนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลมีความเข้มงวดตรวจสอบมากกว่าในอดีตด้วย
ส่วนภาพธุรกิจระยะ 2-3 ปีจากนี้ ประเมินผลประกอบการจะเป็นขาขึ้น โดยเฉพาะหลังจากปี 2569 ที่บริการใหม่ และสถานบริการพยาบาลต่างๆ ทยอยให้บริการเต็มปีทั้งหมด รวมถึงโรงพยาบาลจิตเวชที่ตามแผนจะสร้างเสร็จต้นปี 2569 ขณะที่ค่าเสื่อมต่างๆ รับรู้ไปพอสมควร งบการเงินปี 2570 จึงน่าจะรับผลดีเต็มที่แบบก้าวกระโดด
นอกเหนือรายได้ใหม่จากโรงพยาบาลคูน, ศูนย์รักษาภาวะผู้มีบุตรยาก, ศูนย์โรคหัวใจและหลอดเลือด, โรงพยาบาลจิตเวช เป็นต้น บริษัทก็ยังคงมองหาโอกาสที่จะขยายการให้บริการด้านสุขภาพใหม่ๆ รวมถึงลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพในพื้นที่อื่นๆ เพิ่มเติม
*แผ่นดินไหวไม่กระทบ
ด้านกรณีเหตุการณ์แผ่นดินไหวรุนแรงเมื่อ 29 มีนาคม 2568 นั้น ทั้งผู้ป่วย บุคลากร รวมถึงตัวอาคารสถานที่ของบริษัท ไม่ได้รับความสูญเสียหรือเสียหายแต่ประการใด โดยช่วงเวลาขณะที่กำลังเกิดเหตุการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงก็สามารถกลับเข้าอาคารได้เหมือนเดิม พร้อมกับมีการตรวจสอบสภาพอาคารและโครงสร้างต่างๆ ซึ่งดำเนินการโดยทีมตรวจสอบจากภายนอกคือทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างอาคารร่วมกับคณะผู้บริหารของโรงพยาบาล
สำหรับผลการตรวจสอบโครงสร้างมีความแข็งแรง เป็นไปตามมาตรฐานวิศวกรรม อีกทั้งโครงการอื่นๆ ที่อยู่ระหว่างก่อสร้างก็ยับไม่พบรายงานความเสียหายใด เช่นกัน
ทั้งนี้บริษัทมีการสร้างมาตรการเพิ่มเติม เพื่อตรวจสอบโครงสร้างอาคารเป็นประจำทุก 6 เดือน และตรวจสอบระบบเตือนภัย พร้อมอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยเป็นประจำทุกเดือน อีกทั้งบุคลากรได้รับการฝึกอบรมเรื่องการอพยพและการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน มีทีมวิศวกรประจำการ ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับมือกับเหตุฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้น โดยทุกอาคารในโรงพยาบาลได้รับการออกแบบและบำรุงรักษาให้มีความปลอดภัยสูงสุด
เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา อ่านเพิ่มเติม