#CREDIT #ทันหุ้น - ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) หรือ CREDIT แจ้งผลการดำเนินงานไตรมาส 3/67 มีกำไรสุทธิ 1,161.87 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.94 บาท เพิ่มขึ้น 17.84% เทียบกับงวดเดียวกันปีก่อนมีกำไรสุทธิ 986.00 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.85 บาท
สำหรับงวด 9 เดือน 2567 มีกำไรสุทธิ 2,431.59 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 1.99 บาท ลดลง 13.67% เทียบกับงวดเดียวกันปีก่อนมีกำไรสุทธิ 2,816.66 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 2.42 บาท
สรุปผลการดำเนินงานของธนาคารฯ สำหรับโตรมาส 3 และงวด 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2567 (ก่อนสอบทาน)
สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 3 ปี 2567 ธนาคารฯ มีกำไรสุทธิทำธิทำสถิติสูงสุดใหม่เท่ากับ 1,161.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นต่อเนื่องร้อยละ 41.7 เทียบกับ 820.1 ล้านบาท ในไตรมาสที่ 2 ปี 2567 เนื่องจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งโดยมีปัจจัยหลักจากการที่ธนาคารฯ สามารถรักษาอัตราการเติบโตของเงินให้สินเชื่อได้อย่างต่อเนื่องท่ามกลางเศรษฐที่ยังไม่ฟื้นตัวทั่วทุกภาคส่วน รวมถึงผลขาดทุนด้านเครคิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นของเงินให้สินเชื่อลดลง จากการบริหารจัดการด้านความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สัดส่วนเงินให้สินเชื่อ stage 2 และ stage 3 ต่อเงินให้สินเชื่อรวมลดลง และลูกหนี้บางส่วนสามารถปรับชั้นไป stage 1ได้ภายหลังช่วงระยะเวลา monitoring ประกอบกับผลกระทบจากส่วนสูญเสียจากการขาย NPL ลดลงเนื่องจากการปรับแผนลดการขาย NPL ตามคุณภาพหนี้ที่เริ่มดีขึ้น นอกจากนี้ธนาคารฯ ยังมีการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพโดยมีอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอื่นๆ ต่อรายได้จากการดำเนินงานของธนาคารฯ ที่อยู่ในระดับที่ร้อยละ 39.9 ในไตรมาส 3 ปี 2567
ทั้งนี้อัตราส่วนต่างอัตรารายได้ดอกเบี้ยสุทธิในไตรมาส 3/2567 เทียบกับไตรมาส 2 ปี 2567 ของธนาคารฯ ยังแกร่ง อยู่ที่ร้อยละ 8.7เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาส 2 ปี 2567อย่างไรก็ตามธนาคารฯ ยังคงดำเนินงานอย่างรัดกุมเพื่อรองรับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต
สำหรับผลการดำเนินงานในงวด 9 เดือน ปี 2567 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ธนาคารฯ มีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.2ปัจจัยหลักจากเงินให้สินเชื่อที่ยังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง อย่างไรก็ดีกาไรสุทธิของธนาคารลดลงร้อยละ 13.7 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการเพิ่มขึ้นของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ของเงินให้สินเชื่อชั้นที่เป็นผลกระทบเพียงครั้งเดียวจากการสิ้นสุดมาตรการผ่อนผันการจัดชั้นสินเชื่อที่ธนาคารได้ให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ในไตรมาสที่ 1 ปี 2567โดยสินเชื่อดังกล่าวจะสามารถชั้นกลับเป็นสินเชื่อปกติได้หลังจากลูกหนี้สามารถชำระหนี้ได้ต้องเป็นเวลา 3 งวด ส่งผลให้ ECL เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสที่ 1 ปี 2567 อย่างไรก็ตามอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอื่น ๆ ต่อรายได้จากการดำเนินงานของธนาคารฯ ยังสามารถบริหารจัดการได้ที่อยู่ในระดับต่ำที่ร้อยละ 38.8 ในงวด 9 เดือน ปี 2567 รวมถึงอัตราส่วนต่างอัตรารายได้ดอกเบี้ยสุทธิในงวด 9 เดือน ปี 2567 ของธนาคารฯ ยังแข็งแกร่งในระดับสูงที่ร้อยละ 8.6
ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ได้ทุกช่องทางเหล่านี้
YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/c/ThunhoonOfficial
FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/
Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_/
TELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_news
Twitter คลิก https://twitter.com/thunhoon1
Instagram คลิก https://instagram.com/thunhoon.new
เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา อ่านเพิ่มเติม