> SET > SCB

22 มกราคม 2021

SCB กำไรธุรกิจหลักฟื้นตัวดี ปี 64 คาดสำรองเริ่มผ่อนคลายลง

SCB แจงเหตุจ่ายปันผล 2.30 บาท/หุ้น จากกำไรปกติ


SCB ประกาศจ่ายปันผล ปี 63 ที่ 2.30 บ./หุ้น


บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุถึง SCB ว่า SCB รายงานกำไรสุทธิ 4Q63 จำนวน 4,965 ลบ. ลดลง 9.8%YoY แต่เพิ่มขึ้น 7%QoQ น้อยกว่าที่เราและตลาดคาด โดยกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักเงินตั้งสำรองและภาษี (PPOP) ฟื้นตัวขึ้น 8.4%QoQ มากกว่าคาดหลังได้ปัจจัยหนุนจาก 1) รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยปรับตัวขึ้น 18.4%QoQ หลังรายได้ค่าธรรมเนียม Bancassurance และค่าธรรมเนียมธุรกิจ Wealth Management ปรับตัวดีขึ้นมาก ช่วยชดเชยกำไรจากการตีมูลค่าเงินลงทุนผ่านงบกำไรขาดทุนที่บันทึกลดลงจากไตรมาสก่อน


2) สามารถรักษาระดับรายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิให้ทรงตัว QoQ ได้ แม้มีผลกระทบจาก Asset Yield ที่ลดลงจาก 3.8% ใน 3Q63 เหลือ 3.7% แต่ปัจจัยดังกล่าวถูกกลบด้วยต้นทุนทางการเงินที่ทยอยปรับตัวลง รวมทั้งพอร์ตสินเชื่อที่ขยายตัวขึ้น 4%QoQ (สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และสินเชื่อรายย่อยโตเด่น 8.2%QoQ และ 2.1%QoQ ตามลำดับ) และ 3) ความสามารถในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น สะท้อนจาก Cost to Income Ratio ที่ปรับลงจาก 45.7% ใน 3Q63 เหลือ 44.1%


อย่างไรก็ดีในไตรมาสนี้ SCB มีการปรับเพิ่มระดับเงินสำรองขึ้น 9.9%QoQ ทำให้ Credit Cost เพิ่มเป็น 2.6% จาก 2.4% ใน 3Q63 เพื่อรองรับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจจาก COVID-19 และให้สอดคล้องกับระดับ NPL Ratio ที่ปรับตัวขึ้นเป็น 4.5% จาก 4.1% ใน 3Q63


ในด้านเสถียรภาพทางการเงิน SCB ยังอยู่ในเกณฑ์ดีมี Tier 1 Ratio และ BIS Ratio ในระดับที่ 17.1% และ 18.2% ตามลำดับ (เงินกองทุนส่วนใหญ่เป็น Core Tier 1) สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของ ธปท. ที่ 9.5% และ 12%


แม้กำไร 4Q63 ออกมาต่ำกว่าที่เราคาด แต่เริ่มมีสัญญาณเชิงบวกจากกำไรจากการดำเนินงานหลักใน 4 ประเด็นดังนี้ 1) การเติบโตของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยส่วนใหญ่เกิดจากค่าธรรมเนียมของธุรกิจที่เป็น Recurring แตกต่างจากแบงก์อื่นที่เติบโตจากการตีมูลค่าเงินลงทุนผ่านงบกำไรขาดทุนที่สูงขึ้นตามภาวะตลาด สะท้อนพัฒนาการในธุรกิจ Bancassurance และ Wealth Management ที่ดีขึ้น


2) Cost to Income Ratio เริ่มปรับตัวลงแม้จะเป็นช่วง High Season และ 3) พอร์ตสินเชื่อมีการขยายตัวขึ้นแม้จำนวนลูกหนี้ที่อยู่ภายใต้โครงการพักชำระหนี้จะลดลงเหลือเพียง 18% ของพอร์ต จาก 29% ใน 3Q63 และ 4) ปี 2564 บริษัทเริ่มตั้งเป้า Credit Cost ที่ต่ำลงจาก 2.1% ในปี 2563 เป็นต่ำกว่า 2% สะท้อนว่าระดับการตั้งสำรองจะเริ่มผ่อนคลายลง หนุนให้เรายังคาดปี 2564 SCB จะมีกำไรสุทธิ 35,240 ลบ โต 29.5%YoY ตามประมาณการเดิม


ทางฝ่ายมีมุมมองเป็นบวกต่อ SCB โดยให้น้ำหนักกับกำไรจากการดำเนินงานหลักที่มีพัฒนาขึ้นในหลายส่วน อีกทั้งราคาหุ้นปัจจุบันยังมี Upside 12% จากมูลค่าพื้นฐานปี 2564 ที่ 105 บาท (อิง Prospective PBV ที่ 0.8x) และคาดมีเงินปันผลจ่ายอีก 4 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Div.Yield 4.3% จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”



อยากลงทุนสำเร็จ เป็นเพื่อนกับเรา พร้อมรับข่าวสารได้ทุกช่องทางที่

APP ทันหุ้น ANDROID คลิ๊ก https://qrgo.page.link/US6SA

APP ทันหุ้น IOS คลิ๊ก https://qrgo.page.link/QJKT7

[email protected] คลิ๊ก https://lin.ee/uFms4n5

FACEBOOK คลิ๊ก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/

YOUTUBE คลิ๊ก https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA

TELEGRAM คลิ๊ก https://t.me/thunhoon_news

Twitter คลิ๊ก https://twitter.com/thunhoon1

จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X