02 เมษายน 2025 เวลา 12:00 น.
#ทันหุ้น-บล.ดาโอ(ประเทศไทย) ออกบทวิเคราะห์หุ้นกลุ่มธนาคาร โดยให้น้ำหนักการลงทุน"มากกว่าตลาด" ซึ่งคาดว่ากำไรสุทธิงวดไตรมาส 1/68 ของกลุ่มจะอยู่ที่ 5.5 หมื่นล้านบาท เติบโต 1% จากช่วงเดียวกันปีก่อน หรือ YoY และเติบโต 8% จากไตรมาสก่อน หรือ QoQ จากสำรองที่ลดลงจากากรตั้งเผื่อมามากแล้ว โดยเฉพาะ BBL, KTB, TTB และ SCB อย่างไรก็ตาม TISCO มีสำรองที่สูงขึ้น จากการปล่อยสินเชื่อผลตอบแทนสูงมากขึ้น ส่วน KKP ยังมีสำรองที่รวมผลขาดทุนรถยึดที่ทรงตัวระดับสูง นอกจากนี้ OPEX ที่ลดลงเป็นปัจจัยที่ทำให้กลุ่มธนาคารมีกำไรทึ่เพิ่มขึ้น
โดยธนาคารที่กำไรไตรมาส 1/68 เติบโตได้ดีได้แก่ BBL คาดเติบโต 5% YoY และโต 6% QoQ , KTB คาดเติบโต 4% YoY และโต 10% QoQ และ TTB คาดกำไรเติบโต 1% YoY และเติบโต 5% QoQ จากการสำรองที่ลดลงเป็นหลัก
ส่วนธนาคารที่กำไรสุทธิไตรมาส 1/68 ลดลง YoY และ QoQ ได้แก่ KKP ลดลง 15% YoY ลดลง 12% QoQ , TISCO คาดลดลง 7% YoY และลดลง 5% QoQ เพราะสำรองที่เพิ่มขึ้นตามการปล่อยสินเชื่อผลตอบแทนสูงอย่างจำนำทะเบียนที่เพิ่มขึ้น
ด้านสินเชื่อไตรมาส 1/68 ของกลุ่มแบงก์ คาดลดลงเล็กน้อย โดยลดลง 0.5% YoY และลดลง 0.3% QoQ จากสินเชื่อภาครัฐ แต่สินเชื่อรายใหญ่ยังโตได้ดี ส่วน NPL จะทยอยปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ โดยคาดว่า NPL ไตรมาส 1/68 อยู่ที่ 3.08% เพิ่มจาก 3.05% ในงวดไตรมาส 4/67
ฝ่ายวิจัยดาโอ ยังคงประมาณการกำไรสุทธิของกลุ่มธนาคารในปี 2568 อยู่ที่ 2.24 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% และในปี 2569 อยู่ที่ 2.35 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากสำรองที่ลดลงเป็นหลัก
ในส่วนของราคาหุ้นกลุ่มธนาคารพบว่าปรับตัวขึ้น 6% และ 21% ในช่วง 3 และ 6 เดือนที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับดัชนีตลาดหุ้นเพราะตลาดหุ้นมีความผันผวนทำให้มีการโยกเงินเข้ามาในหุ้นที่มีอัตราเงินปันผลสูง โดยอัตราเงินปันผลเฉลี่ยของกลุ่มธนาคารอยู่ที่ 7% สูงกว่าอัตราปันผลเฉลี่ยของตลาดหุ้นที่ 3% ขณะที่ valuation ยังน่าสนใจ
**แนะนำ 3 หุ้นเด่น
ฝ่ายวิจัยดาโอ แนะนำซื้อหุ้น TTB ให้ราคาเป้าหมายที่ 2.22 บาท เพราะมีโครงการซื้อหุ้นคืนช่วยหนุนราคาหุ้น ประกอบกับมี Dividend yieldสูงราว 7% ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันเทรดที่ PBV ที่ 0.80 เท่า ที่ระดับเพียง -0.50SD และราคาหุ้นยังไม่สะท้อนกำไรรายไตรมาสที่ยืนเหนือ 5 พันล้านบาทได้อย่างต่อเนื่อง
หุ้น KTB แนะนำซื้อ ให้ราคาเป้าหมายที่ 27.50 บาท เพราะกำไรปี 2568 คาดอยู่ที่ 4.6 หมื่นล้านบาท เติบโต 6% ขณะที่ valuation ซื้อขายที่ PBV เพียง 0.76 เท่า (-0.50SD) ด้านราคาหุ้นยังไม่สะท้อนกำไรรายไตรมาสที่ยืนเหนือ 1 หมื่นล้านบาท ต่อเนื่องมา 5 ไตรมาสติดกัน ส่วน NPL จะดีกว่ากลุ่มเพราะเน้นปล่อยสินเชื่อภาครัฐ
หุ้น BBL แนะนำซื้อ ให้ราคาเป้าหมาย 186 บาท เพราะมีความแข็งแกร่งทางด้านการเงินที่รองรับความเสี่ยงได้ดีกว่าคู่แข่ง เพราะมี coverage ratio สูงที่สุดที่ 334% ด้าน Valuation เทรดที่ PBV ถูกที่สุดในกลุ่มเพียง 0.51 เท่า หรือที่ระดับ -1.25SD ย้อนหลัง 10 ปี และถูกกว่ากลุ่มที่เทรดที่ PBV ที่ 0.68 เท่า
รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ได้ทุกช่องทางเหล่านี้
ช่องทางเฟสบุ๊ก ติดตามข่าวได้ที่เพจ ทันหุ้นออนไลน์
https://www.facebook.com/thunhoonnews
YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/c/ThunhoonOfficial
Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_/
TELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_news
X คลิก https://twitter.com/thunhoon1
Instagram คลิก https://instagram.com/thunhoon.news
เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา อ่านเพิ่มเติม