01 เมษายน 2025 เวลา 06:20 น.
#ทันหุ้น-ยุคที่ใคร ๆ ก็อยากลงทุน แต่ไม่มีเวลาศึกษาหุ้นรายตัว การลงทุนแบบ Passive และ DCA จึงเป็นตัวเลือกยอดฮิตของสายชิล ที่อยากให้ “เงินทำงานแทนเรา” หากเราแบ่งวิธีการลงทุน โดยวัดที่การบริหารเงินและเป้าหมายในการเอาชนะหรือเดินตามตลาด จะแบ่งออกเป็น 2 แบบหลัก ๆ คือ Active และ Passive
· การลงทุนแบบ Active คือ การเลือกหุ้นรายตัวและจับจังหวะตลาดเพื่อหวังผลตอบแทนที่สูงกว่าดัชนี
· การลงทุนแบบ Passive คือ การลงทุนตามดัชนีโดยไม่เลือกหุ้นเอง มุ่งหวังผลตอบแทนตามตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การลงทุนในดัชนี S&P 500, MSCI World หรือ SET50 เป็นต้น
ในอดีต การลงทุนแบบ Active ครองตลาดลงทุน เพราะความเชื่อที่ว่าต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นจึงจะชนะตลาดได้ แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปเมื่อแนวคิด “ลงทุนตามตลาด” หรือการลงทุนแบบ Passive เริ่มเข้ามาและเติบโตอย่างต่อเนื่อง
· ก่อนปี 1976 : กองทุน Active ครองตลาด นักลงทุนเชื่อว่าต้องมีผู้จัดการกองทุนเลือกหุ้นถึงจะได้ผลตอบแทนดี
· ปี 1976 : John Bogle ผู้ก่อตั้ง Vanguard เปิดตัว “กองทุนดัชนีต้นทุนต่ำ” เป็นครั้งแรก ทำให้นักลงทุนเริ่มเข้าถึงการลงทุนง่ายขึ้น ไม่ต้องเลือกหุ้นเองหรือจ่ายค่าธรรมเนียมแพง
ปัจจุบัน : มูลค่าทรัพย์สินของกองทุน Passive แซงหน้ากองทุน Active และกว่า 90% ของ Active Fund แพ้ตลาดในระยะยาว แม้แต่ “Warren Buffett” ยังแนะนำว่า “สำหรับคนทั่วไปแล้ว สิ่งที่ดีที่สุด คือ ลงทุนในกองทุนดัชนี S&P 500”
จากรูปชี้ให้เห็นว่า ปัจจุบันกองทุนที่บริหารจัดการแบบ passive มีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การจัดการสูงกว่าแบบ active ตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นมา
Dollar-Cost Averaging (DCA) หรือ การลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน คือ การลงทุนอย่างต่อเนื่องในจำนวนเงินที่เท่ากัน โดยไม่คำนึงถึงราคาของหลักทรัพย์ในเวลานั้น ๆ ช่วยให้นักลงทุนไม่ต้องคอยเฝ้าหน้าจอจับจังหวะซื้อขาย ทั้งยังสร้างโอกาสถัวเฉลี่ยต้นทุนในระยะยาว
สำหรับข้อดีของ DCA คือ 1. สร้างวินัยการออมอย่างสม่ำเสมอ 2. ช่วยถัวเฉลี่ยต้นทุนตามเวลา เพิ่มโอกาสลดต้นทุน 3. เพิ่มโอกาสให้เงินเติบโตอย่างมั่นคง ด้วยพลังของเวลาและดอกเบี้ยทบต้น ดังนั้นยิ่งเริ่ม DCA เร็ว ยิ่งได้เปรียบ เพราะ “เวลา” คือทรัพย์สินที่ประเมินค่าไม่ได้
ก่อนเริ่ม DCA ควรรู้อะไรบ้าง 1. เป้าหมายของตัวเอง ว่าลงทุนเพื่ออะไร เช่น ออม, เกษียณ, ซื้อบ้าน 2. นโยบายและกฎ กติกา ของประเทศที่เข้าไปลงทุน เพราะ DCA คือ การฝากเงินไว้กับอนาคตของประเทศนั้น 3. แนวโน้มเติบโตของหลักทรัพย์ เช่น การพิจารณาจากจำนวนประชากร (Population) หรือ นวัตกรรม(Innovation) ของประเทศนั้น ๆ
ทั้งนี้การ DCA รายวัน และ รายเดือน มีข้อดี-เสีย แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสภาพตลาดหุ้นในช่วงนั้น ๆ
· ตลาดขาขึ้นชัดเจน : DCA รายเดือน ทำให้เงินเริ่มทำงานเร็ว ขยายพลังของดอกเบี้ยทบต้นให้มากขึ้น
· ตลาดผันผวน/ขาลง : DCA รายวัน ช่วยกระจายความเสี่ยง ลดโอกาสซื้อหุ้นแพง
อย่างไรก็ตาม ในโลกที่เต็มไปด้วยเรื่องที่ไม่คาดฝันมากมาย การ DCA ทุกวัน จะได้เปรียบกว่า เพราะช่วยกระจายความเสี่ยง และไม่ต้องกังวลว่าลงทุนแล้วจะเจอตลาดปรับตัวลงพอดี อย่างไรก็ดีลูกค้าหลักทรัพย์บัวหลวง ที่สนใจการลงทุนแบบ DCA เริ่มต้นเดือนละ 5,000 บาท สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ผู้แนะนำการลงทุน หรือสมัครบริการด้วยตนเองง่าย ๆ ผ่านแอป Wealth Connex พิเศษ ยกเว้นค่าธรรมเนียมราย 2 ปี มูลค่า 1,070 บาท เมื่อสมัครและเลือกชำระเงินผ่านบัญชีหุ้น (ถอนหลักประกัน) และเลือกช่องทางชำระเงินแบบถอนหลักประกันที่มีการตัดเงินรอบแรกตั้งแต่วันนี้ – 16 ธ.ค. 68 เท่านั้น
รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ได้ทุกช่องทางเหล่านี้
ช่องทางเฟสบุ๊ก ติดตามข่าวได้ที่เพจ ทันหุ้นออนไลน์
https://www.facebook.com/thunhoonnews
YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/c/ThunhoonOfficial
Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_/
TELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_news
X คลิก https://twitter.com/thunhoon1
Instagram คลิก https://instagram.com/thunhoon.news?/
เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา อ่านเพิ่มเติม