> Digital Coin >

26 มีนาคม 2025 เวลา 14:19 น.

ปิดฉากคดี! Ripple เตรียมถอนอุทธรณ์คดีกับ SEC ยอมจ่าย $125 ล้าน หลังต่อสู้ยาวนานกว่า 4 ปี

ปิดฉากคดี! Ripple เตรียมถอนอุทธรณ์คดีกับ SEC ยอมจ่าย $125 ล้าน หลังต่อสู้ยาวนานกว่า 4 ปี

คดีของบริษัท Ripple Labs ซึ่งเป็นบริษัท Blockchain ที่เกิดขึ้นกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา (SEC) อาจยุติลงอย่างเป็นทางการหลังจากผ่านไปกว่า 4 ปี โดยขึ้นอยู่กับการอนุมัติของศาล


ในโพสต์ X เมื่อวันที่ 25 มีนาคม Stuart Alderoty หัวหน้าฝ่ายกฎหมายของ Ripple เขียนไว้ใน "การอัปเดตครั้งสุดท้ายเกี่ยวกับ SEC กับ Ripple" ว่า Ripple จะถอนคำร้องต่อ SEC ในศาลอุทธรณ์ของสหรัฐฯ ซึ่งคำพิพากษาในเดือนสิงหาคม 2024 จากศาลแขวงสหรัฐฯ สำหรับเขตทางใต้ของนิวยอร์กที่ตัดสินให้ Ripple ต้องรับผิดชอบเป็นเงิน 125 ล้านดอลลาร์นั้นจะยังคงมีผลบังคับใช้ แต่ SEC จะเก็บเงินไว้เพียง 50 ล้านดอลลาร์จากจำนวนเงินทั้งหมดในการฝากเงิน ส่วนที่เหลือจะคืนให้กับ Ripple

“หน่วยงานจะขอให้ศาลยกเลิกคำสั่งห้ามที่บังคับใช้ก่อนหน้านี้ตามคำร้องขอของ SEC” Alderoty เขียน “ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับการลงคะแนนเสียงของคณะกรรมาธิการ ,การร่างเอกสารขั้นสุดท้าย , และกระบวนการทางศาลตามปกติ”


การประกาศของ Alderoty เกิดขึ้นไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์หลังจากที่ Brad Garlinghouse ซีอีโอของ Ripple กล่าวว่า SEC จะถอนคำอุทธรณ์ในกรณีคำตัดสินในเดือนสิงหาคม 2024 ณ เวลาที่เผยแพร่ ทั้ง SEC และ Ripple ดูเหมือนจะไม่ได้ยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์แห่งที่สองตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม หรือต่อศาล SDNY ตั้งแต่เดือนตุลาคม

คดี SEC v. Ripple ซึ่งยื่นฟ้องโดยคณะกรรมการภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐอเมริกา ในเดือนธันวาคม 2020 ถือเป็นคดีบังคับใช้กฎหมายที่ดำเนินมายาวนานที่สุดคดีหนึ่งของหน่วยงานที่ฟ้องต่อบริษัทคริปโตรายใหญ่แห่งหนึ่งของสหรัฐฯ

อ้างอิง : cointelegraph.com

ภาพ coinfomania.com

ที่มา - https://www.bitcoinaddict.com/news/ripple-cross-appeal-sec-lower-court-ruling

.

Cboe ยื่นขออนุมัติ! เตรียมลิสต์ Solana ETF ของ Fidelity รอไฟเขียวจาก SEC

ตลาดหลักทรัพย์ Cboe BZX ของสหรัฐฯ ได้ยื่นคำร้องขออนุมัติลิสต์กองทุนซื้อขายแลกเปลี่ยน (ETF) ของ Fidelity ที่ถือครอง Solana (SOL) ตามเอกสารที่ยื่นเมื่อวันที่ 25 มีนาคม

ขณะนี้ คำขออยู่ระหว่างการพิจารณาของ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) ซึ่งต้องอนุมัติเอกสารก่อนที่กองทุน Fidelity Solana Fund จะสามารถเริ่มทำการซื้อขายบนตลาดแลกเปลี่ยนได้

นี่เป็นอีกหนึ่งในหลาย ๆ คำร้องที่ถูกยื่นต่อ SEC โดยบรรดาตลาดหลักทรัพย์และผู้จัดการกองทุนที่ต้องการเปิดตัว ETF ที่ถือครอง SOL และสกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม Cboe ได้ยื่นขออนุมัติลิสต์ Spot SOL ETF ที่ได้รับการสนับสนุนโดย Franklin Templeton ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้จัดการสินทรัพย์ชั้นนำของโลก


ETF ที่เกี่ยวข้องกับ Solana กำลังเพิ่มขึ้น

ก่อนหน้านี้ Volatility Shares ได้เปิดตัว ETF ที่ใช้อนุพันธ์ทางการเงิน (futures) เพื่อติดตามราคาของ Solana Spot ซึ่งเปิดตัวในเดือนมีนาคม ได้แก่


Volatility Shares Solana ETF (SOLZ)

Volatility Shares 2X Solana ETF (SOLT) ซึ่งเป็น ETF แบบใช้เลเวอเรจ 2 เท่าในการติดตามราคา SOL

นักวิเคราะห์จาก Bloomberg Intelligence คาดการณ์ว่า มีโอกาส 70% ที่หน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯ จะอนุมัติ Spot SOL ETF ภายในปีนี้

บริษัทยักษ์ใหญ่ที่กำลังยื่นขอเปิดตัว Spot SOL ETF ได้แก่ Grayscale, VanEck, 21Shares, Canary และ Bitwise ตามรายงานของ Bloomberg

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม ตลาดอนุพันธ์ที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ Chicago Mercantile Exchange (CME) ได้เปิดตัว สัญญาฟิวเจอร์สของ SOL ซึ่งผู้เชี่ยวชาญมองว่าเป็นสัญญาณสำคัญที่ Spot SOL ETF อาจได้รับการอนุมัติเร็ว ๆ นี้

ปัจจุบัน มีบริษัทจัดการสินทรัพย์กว่า 12 แห่ง ที่กำลังยื่นขออนุมัติจาก SEC เพื่อเปิดตัว Altcoin ETF ในสหรัฐฯ โดย ETF เหล่านี้ครอบคลุมสินทรัพย์ดิจิทัลตั้งแต่ Litecoin (LTC), XRP, Dogecoin (DOGE) ไปจนถึง Official Trump (TRUMP)

นอกจากนี้ ผู้ออกกองทุนยังขอให้ SEC อนุญาตให้มีการเปลี่ยนแปลงใน ETF ที่มีอยู่เดิม เช่น การเปิดให้มี Staking, การซื้อขายออปชั่น และการไถ่ถอนสินทรัพย์แบบ In-Kind

SEC มีท่าทีผ่อนปรนมากขึ้นต่อสินทรัพย์ดิจิทัล หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เริ่มดำรงตำแหน่งสมัยที่สองในเดือนมกราคม

อ้างอิง : cointelegraph.com

ภาพ cryptorank.io

ที่มา - https://www.bitcoinaddict.com/news/cboe-seeks-approval-for-fidelity-solana-etf

.

Abracadabra/Spell โดนแฮ็ก! แฮ็กเกอร์ฉก 6,262ETH มูลค่ากว่า $13 ล้านจากระบบ

บริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ PeckShield รายงานว่า มีการโจมตีทางไซเบอร์ที่มุ่งเป้าไปที่ "Cauldrons" ของโปรโตคอล DeFi Abracadabra/Spell ส่งผลให้แฮ็กเกอร์สามารถดึงเงินดิจิทัลออกจากระบบไปได้หลายล้านดอลลาร์

จากการตรวจสอบพบว่า ช่องโหว่ใน Smart Contract ของโปรโตคอล เป็นเหตุให้แฮ็กเกอร์สามารถขโมย Ethereum (ETH) จำนวน 6,262 ETH คิดเป็นมูลค่าประมาณ 13 ล้านดอลลาร์ จากกลุ่มสภาพคล่อง (Liquidity Pools)


ช่องโหว่ที่ถูกใช้โจมตี

"Cauldrons" ของ Abracadabra/Spell เป็น Smart Contract ที่ใช้กลุ่มสภาพคล่องของ GMX V2 ในการให้บริการกู้ยืมและปล่อยสินเชื่อแบบ On-Chain โดยช่องโหว่ที่ถูกใช้ในการโจมตีเกี่ยวข้องกับ กระบวนการ Liquidation ภายในระบบของ GMX V2

นักวิจัยด้านคริปโต Weilin (William) Li ได้อธิบายบนแพลตฟอร์ม X (Twitter) ว่า แฮ็กเกอร์ใช้เทคนิคพิเศษ “LIQUIDATED ตัวเองภายในสถานะ FLASHLOAN” ซึ่งหมายความว่า แฮ็กเกอร์สามารถทำให้บัญชีของตัวเองอยู่ในสถานะที่สามารถถูกบังคับขาย (Liquidate) ได้โดยที่ไม่มีหลักประกันอยู่จริง

Flash Loan เป็นกลยุทธ์ทางการเงินของ DeFi ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถขอกู้เงินแบบไม่มีหลักประกันและคืนเงินภายในบล็อกเดียวกัน ซึ่งเป็นเทคนิคที่แฮ็กเกอร์ใช้เพื่อโจมตีระบบ

Li อธิบายเพิ่มเติมว่า แฮ็กเกอร์ใช้กระบวนการ 7 ขั้นตอน เพื่อกู้ยืมและบังคับขายสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับ Magic Internet Money (MIM) ซึ่งเป็นเหรียญ Stablecoin แบบอัลกอริทึมของ Abracadabra โดยกำไรของแฮ็กเกอร์มาจาก ค่าธรรมเนียมจูงใจในการ Liquidation


GMX V2 ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง

แพลตฟอร์ม GMX V2 ใช้ กระบวนการซื้อขายแบบสองขั้นตอน โดยมีระบบ "Keepers" ทำหน้าที่สร้างและดำเนินการคำสั่งซื้อขายเพื่อลดปัญหาการโจมตีแบบ Front-Running อย่างไรก็ตาม ช่องโหว่ที่เกิดขึ้นทำให้แฮ็กเกอร์สามารถใช้ช่องว่างนี้ในการโจมตี

หนึ่งในนักพัฒนาของ GMX ที่ใช้ชื่อว่า @Jonas_ALA บน X ได้ออกมาชี้แจงว่า สัญญาอัจฉริยะ (Smart Contract) หลักของ GMX ไม่ได้รับผลกระทบ และปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับ Spell's Cauldrons ที่พัฒนาบน GMX V2

"ขอยืนยันว่า GMX ไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ แต่ Spell's Cauldrons ที่พัฒนาบน GMX V2 ถูกโจมตี ทีมงานกำลังตรวจสอบสาเหตุ และผมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้"

หลังจากขโมยเงินสำเร็จ แฮ็กเกอร์ได้นำเงินที่ได้ไป Bridge จาก Arbitrum ไปยังเครือข่าย Ethereum ทำให้ติดตามเส้นทางเงินได้ยากขึ้น นับเป็นอีกหนึ่งคดีแฮ็กครั้งใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อวงการ DeFi อย่างมาก

อ้างอิง : theblock.c

ภาพ cybertecwiz.com

ที่มา - https://www.bitcoinaddict.com/news/hacker-steals-13-million-in-abracadabras



ช่องทางเฟสบุ๊ก ติดตามข่าวได้ที่เพจ ทันหุ้นออนไลน์

https://www.facebook.com/thunhoonnews

จาก
ถึง
Select...
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X