> เคล็ดลับลงทุน >

14 กันยายน 2021

สภาพคล่องล้น...ตลาดหุ้นยังน่าสนใจ

สำหรับการลงทุนเดือน ก.ย. เรายังคงมุมมองบวกต่อการลงทุนในตลาดหุ้น เนื่องจากแนวโน้มสภาพคล่องที่ยังสูงอยู่ สอดคล้องกับที่ตลาดคาดการณ์ว่าเฟดจะค่อย ๆ ทยอยลด QE ลงทุกเดือนที่อัตรา 10,000-15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯต่อเดือน จากปัจจุบันที่เฟดเข้าซื้อสินทรัพย์ที่ 120,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯต่อเดือน ซึ่งจะกินระยะเวลาในการทำ QE Tapering ทั้งหมดราว 8-12 เดือน


อีกทั้งนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ยังได้ออกมาสื่อสารกับตลาดในการประชุมที่ แจ็คสัน โฮล ว่าจะยังไม่รีบขึ้นดอกเบี้ย หากการจ้างงานยังไม่กลับมาที่ระดับเดียวกันกับตอนก่อนเกิดโควิด ส่งผลให้ตลาดคลายความกังวลเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ผลักดันให้ดัชนี S&P500 ทำผลตอบแทนเป็นบวกติดต่อกันเป็นเดือนที่ 7


หุ้นสหรัฐUpside จำกัด

อย่างไรก็ตามเรามองโอกาสที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯจะให้ผลตอบแทนเป็นบวกติดต่อกันเป็นเดือนที่ 8 ในเดือน ก.ย. เริ่มมีความท้าทายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสถิติผลตอบแทนรายเดือนที่บ่งชี้ว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯมักให้ผลตอบแทนเฉลี่ยเป็นลบในเดือน ก.ย. รวมถึงการที่ดัชนี S&P500 ไม่ได้มีการปรับฐานราว -5% มาเป็นระยะเวลากว่า 10 เดือนแล้ว ซึ่งมากกว่าสถิติย้อนหลังในอดีตที่ตลาดมักจะปรับฐานเฉลี่ย 2 ครั้งใน 1 ปี ทำให้เราค่อนข้างระมัดระวังการลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ ที่มี Upside ค่อนข้างจำกัด และแนะนำให้กระจายการลงทุนในหุ้นเติบโตคุณภาพดีทั่วโลก (Quality Growth Stock) แทนที่การลงทุนในหุ้นสหรัฐฯเพียงประเทศเดียว


หุ้นยุโรปยังถูก
นอกจากนี้เรายังชอบหุ้นยุโรปที่ยังมี Valuation ถูกกว่าหุ้นสหรัฐฯ และมีอัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้น (EPS) สูงกว่าภูมิภาคอื่นๆ โดยในปี 2564 นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าตลาดหุ้นยุโรปจะมีอัตราการเติบโตของกำไรสูงถึง 55%YoY


ส่วนเหตุการณ์สำคัญในเดือนนี้ที่นักลงทุนต้องติดตามต่อคือการประชุม FOMC วันที่ 21-22 ก.ย. ซึ่งจะมีการเปิดเผยคาดการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจและดอกเบี้ย (Dot Plot) ในปี 2567 เป็นครั้งแรกด้วย ซึ่งหากคณะกรรมการเฟดมีการปรับ Dot Plot เพิ่มขึ้นมากกว่าการประชุมในเดือน มิ.ย. ที่มองว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งในปี 2566 ก็อาจเป็นความเสี่ยงให้ตลาดหุ้นมีการปรับฐานลงได้


นอกจากนี้นักลงทุนยังต้องติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิดสายพันธุ์เดลต้าในสหรัฐฯอย่างใกล้ชิด เพราะปัจจุบันยังมีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา มีจำนวนเตียงเพิ่มขึ้นเป็น 13.9% จากระดับ 2.2% ในเดือน มิ.ย.


ขณะที่ตลาดหุ้นจีนเราเริ่มเห็นแนวโน้มความตึงเครียดระหว่างรัฐบาลกับบริษัทเอกชนที่ลดลง จากการที่ Alibaba และ Tencent ประกาศเข้าร่วมนโยบาย "Common Prosperity" ของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง โดยในอดีตที่ผ่านมาทางการจีนจะใช้เวลาในการปราบปรามบริษัทต่าง ๆ ราว 6-12 เดือน ซึ่งหากนับตั้งแต่ที่ทางการจีนระงับการเสนอขายหุ้น IPO ของ Ant Group ในเดือน พ.ย. ปี 2563 จะเห็นว่าความเสี่ยงด้าน Regulatory Risk ก็ดำเนินมาเป็นระยะเวลากว่า 9 เดือนแล้ว  จึงคาดว่าแรงเทขายจากกองทุนทั่วโลกอาจจะเริ่มชะลอลงในระยะถัดไป


จีนเตรีมแผนกระตุ้น

นอกจากนี้ตลาดยังค่อนข้างมั่นใจว่าธนาคารกลางจีน (PBOC) จะกลับมากระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาส 4 หลังจากตัวเลขทางเศรษฐกิจของจีนในครึ่งปีหลังที่ประกาศออกมาชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง เรามองว่า ณ ระดับราคาปัจจุบันตลาดหุ้นจีนได้รับรู้ความเสี่ยงเรื่องของ Regulatory Risk ไปค่อนข้างมากแล้ว อีกทั้งยังมี Upside ที่สูง เป็นโอกาสในการทยอยเข้าลงทุนสำหรับนักลงทุนในระยะยาว


คอลัมน์: Wealth Up with MF

จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X