> คิดเป็นเห็นก่อน >

22 มกราคม 2021

ช่วงเวลาของการชิงความได้เปรียบ..

สถานการณ์ตลาดหุ้นไทย อยู่ในภาวะของการปรับฐานเล่นรอบกันอีกครั้ง ของบรรดามือใหญ่ในกรอบขึ้นขายลงซื้อ ยื้อกันเปิดกรอบเล่นขึ้นไป 1550 จุด ก็ขายกันลงมา 1500 จุดก็มารับกลับเล่นกันใหม่ รอเพียงปัจจัยใหม่ที่จะเข้ามาหลังจากนี้ โดยเฉพาะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของประธานาธิบดีสหรัฐฯคนใหม่นายโจ ไบเดน ที่เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการไปเรียบร้อยแล้วภาพที่เกิดขึ้นจึงเปรียบเสมือนการเตรียมความพร้อม ปรับพอร์ตการลงทุนให้อยู่ในระดับที่ได้เปรียบมากที่สุดของนักลงทุนกลุ่มต่างๆ เชื่อว่าปีนี้ตลาดหุ้นไทยสนุกคึกคักอย่างที่ทุกคนหวังกันเอาไว้แน่นอนครับ


เราที่เป็นนักลงทุนในตลาดหุ้นก็ต้องปรับตัวเตรียมความพร้อม รับสิ่งดีดีที่เกิดขึ้นกับตลาดหุ้นไทยต่อจากนี้ไป การพิจารณาเลือกลงทุนในหุ้นตัวใด กลุ่มไหน ก็ยังต้องใช้ความละเอียดรอบคอบเหมือนเช่นเคยที่ได้บอกกล่าวเล่าความกันเป็นประจำ เพราะถึงตลาดจะเป็นกระทิงเป็นขาขึ้นดูมีอนาคตที่สดใสเพียงใดก็ตาม ซื้อตัวไหนก็ขึ้นได้กำไร ซึ่งก็จริงแต่กำไรที่เราได้มานั้นสอดคล้องกับภาวะตลาดที่เกิดขึ้นหรือไม่ ส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยเห็นนักลงทุนรายย่อยประสบความสำเร็จมากมายอย่างรายใหญ่ในยามที่ตลาดเป็นขาขึ้น นั่นเป็นสิ่งที่เราต้องหาคำตอบให้ได้ครับ


แม้ตลาดหุ้นในขณะนี้จะมีความผันผวนเกิดขึ้น แต่ก็ยังไม่มีนักวิเคราะห์ กูรู ทั้งหลาย ค่ายไหนมองว่าตลาดจะกลับลงไปตกต่ำเลยสักเจ้าเดียว มอง Set Index มีแนวโน้มทิศทางการปรับตัวขึ้นทั้งนั้น แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อตลาดหุ้นไทยต่อจากนี้อย่างเต็มเปี่ยม เพียงแต่ว่าการปรับตัวขึ้นของตลาดจะมีช่วงจังหวะของการแกว่งตัวได้ตลอดทาง จะเลือกลงทุนระยะยาวก็ไม่ต้องทำอะไรมากแค่พิจารณาเลือกหุ้นเป้าหมายอย่างรู้จริงแล้วซื้อเก็บสะสมหุ้นเข้าพอร์ตแล้ว อดทนรอคอยผลตอบแทนคืนกลับที่ดีงามในอนาคต


สำหรับคนที่จะเล่นรอบตามกรอบก็ต้องพิจารณาเลือกหุ้นให้ถูกตัว ถูกจังหวะ พัวพันไปให้ได้กับนักลงทุนมือใหญ่ ขึ้นก็ขาย ลงซื้อ ตามรอบตามกรอบ ที่สำคัญต้องมีความซื่อสัตย์ และมีวินัยกับการลงทุนอย่างเคร่งครัด ไม่ปล่อยให้ความโลภ อารมณ์ตลาดมาทำให้จิตใจเราไขว้เขวไปจากเป้าหมาย ก็จะสามารถทำกำไรที่งดงามได้ไม่แพ้กันครับ


อย่างไรก็ดีต้องยอมรับว่าบรรยากาศของตลาดนั้นค่อนข้างดี เอื้ออำนวย เม็ดเงินต่างชาติรอบใหม่ไหลเข้าลงทุนตลาดหุ้นไทยต่อเนื่องอีกทั้งการที่ตลาดมีการปรับตัวขึ้นหรือลง สำหรับนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จได้ด้วยดี มักจะเป็นผู้ที่อดทนรอคอยค้นหาหุ้นล่วงหน้า คิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ แล้วรอคอยให้ตลาดแลดูไม่ดี หรือเป็นช่วงที่เริ่มต้นจะดูดี เข้าทยอยเก็บสะสมหุ้นเป้าหมายที่ราคาถูกกดให้ต่ำลง ในขณะที่พื้นฐานของหุ้นหรือกิจการ ความสามารถในการทำกำไรยังคงมีการเติบโตหรือขยายตัวได้ดี ย่อมสร้างโอกาสที่งดงามในการสร้างความสำเร็จด้วยผลตอบแทนที่คุ้มค่าครับ


ล่าสุด KBANK ประกาศผลการดำเนินงานปี 63 มีกำไรสุทธิ จำนวน 29,487 ล้านบาทลดลงจากปีก่อน23.86%เนื่องจากความไม่แน่นอนในระดับสูงจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มีผลกระทบที่รุนแรงทั้งในและต่างประเทศอย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานของ KBANK ในงวดปี 2563 ออกมาดีกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) คาดว่าปี 63 ทาง KBANK จะมีกำไร 22 พันล้านบาท ลดลง 42.7% จากปีก่อน


สรุปว่าตลาดหุ้นไทยการขับเคลื่อนช่วงนี้น่าจะเป็นลักษณะการดูเชิง เตรียมพร้อม ช่วงชิงความได้เปรียบที่จะไปสู้กันต่อไปหลังจากนี้ เรื่องของการลงทุนในตลาดหุ้นที่เป็นแหล่งแสวงหาโอกาสที่เราจะสร้างความมั่งคั่งให้เกิดขึ้นกับนักลงทุนทุกคนได้ โชคดีครับ

จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X