> SET > SCM

01 ตุลาคม 2020

SCM จับตาแผนดันมาร์จิ้นโต เพิ่มฐานสมาชิก1.9แสนราย

SCMรุกอาเซียน ส่งโปรดักต์ใหม่ ดันยอดต่างแดน


SCM เทรดวันแรก ราคาเปิดที่ 2.86 บาท/หุ้น เพิ่มขึ้น 50.53% จาก IPO หุ้นละ 1.90 บาท


ทันหุ้น- สู้โควิด: SCM จับตามาร์จิ้นโตโดดเด่น เร่งเครื่องส่งออกดันยอดเพิ่มเท่าตัวแตะ 20% โชว์แผนกลยุทธ์ช่วงที่เหลือของปีนี้เดินหน้าเพิ่มฐานสมาชิกครบ 1.9 แสนรายในสิ้นปี พร้อมกระตุ้นยอดซื้อ คาด Active 25% ส่งสัญญาณช่องทางออนไลน์ขายดี


นายนพกฤษฏิ์ นิธิเลิศวิจิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCM เปิดเผยว่า กลยุทธ์ช่วงที่เหลือของปีนี้ บริษัทวางแผนไว้ 2 รูปแบบ คือ 1.การเพิ่มจำนวน Member หรือฐานสมาชิก โดยสิ้นปี 2563 บริษัทคาดจะมีจำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็น 1.9 แสนราย จากปัจจุบันที่ 1.8 แสนราย โดยบริษัทประเมินทิศทางจำนวนประชากรที่ว่างงาน และถูกลดเวลาการทำงาน รวมกันราว 5 ล้านคน ซึ่งประชากรต้องการหารายได้เพิ่มมีจำนวนมาก และเป็นโอกาสที่บริษัทจะขยายฐานสมาชิกได้ตามเป้าหมาย


กระตุ้นยอดซื้อ

และ 2 กระตุ้นยอดซื้อสินค้าให้ Active มากขึ้น โดยตั้งเป้าผลักดันให้สมาชิกมียอด Active เป็น 25% จากปัจจุบันอยู่ที่ 20% สำหรับแนวทางการผลักดันจำนวนสมาชิก และกระตุ้นยอดซื้อจะมาจากการทำโปรโมชั่น และการทำการตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์การดูแลสุขภาพและอาหารเสริม


ขณะที่ทิศทางรายได้รวมในปีนี้ บริษัทจะรักษาฐานให้ใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 1 พันล้านบาท เพราะในครึ่งปีแรกของปี 2563 บริษัทได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั้งนี้บริษัทพยายามจะผลักดันรายได้ให้กลับมาฟื้นตัวอีกครั้งในไตรมาส 3 และ 4 จากการกระตุ้นยอดซื้อของสมาชิก ประกอบกับบริษัทจะควบคุมดูแลค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพสูงสุด


สำหรับที่ผ่านมาโควิด-19 ระบาดไปทั่วประเทศ ทำให้สมาชิกไม่สามารถเดินทางไปให้ข้อมูล และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ยาก บริษัทจึงหันมาจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ และอัตราการเติบโตทางออนไลน์เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน จาก 10% มาอยู่ที่ 25%ขณะเดียวกันสิ่งที่น่าจะจับตามองของบริษัทคืออัตราการเติบโตของมาร์จิ้น ซึ่งปัจจัยสนับสนุนมาร์จิ้นของบริษัทคือการส่งออก โดยประเทศที่มีการส่งออกค่อนข้างโดดเด่นคือ กัมพูชา มาเลเซีย และสิงคโปร์ อีกทั้งบริษัทคาดสัดส่วนรายได้ปีหน้า หรือปี 2564 จะปรับตัวเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 20% หรือเพิ่มขึ้นเท่าตัว จากปีนี้ที่ 10%


ดันมาร์จิ้นพุ่ง

และบริษัทจะพยายามรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) อยู่ที่ระดับ 73-75% ซึ่งอัตรากำไรจะปรับตัวเพิ่มขึ้น หรือลดลงขึ้นอยู่กับจังหวะในการทำการตลาด หากบริษัทมีโปรโมชั่นกระตุ้นยอดขาย และลดราคาสินค้า อาจะทำให้อัตรากำไรลดลงมาอยู่ที่ 73% ขณะที่บางช่วงบริษัทอาจเร่งยอดขายและทำให้อัตรากำไรเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 75% ส่วนอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) คาดจะมากกว่า 5%


บริษัทอยู่ระหว่างติดตามข้อกฎหมายสำหรับธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าผ่านระบบเครือข่ายนักธุรกิจในประเทศเมียนมาร์ เพราะประเทศดังกล่าวมีอัตราการเติบโตสูง หากเมียนมาร์เปิดโอกาส และมีกฎหมายอนุญาตให้ดำเนินการจำหน่ายสินค้าผ่านระบบเครือข่าย คาดการเติบโตสำหรับการจำหน่ายสินค้าต่างประเทศ และการส่งออกจะเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างเด่นชัด


นายนพกฤษฏิ์ กล่าวต่อว่า ธุรกิจและการจำหน่ายสินค้าต่อจากนี้ บริษัทประเมินว่ายังอยู่ในทิศทางที่ดี โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเฮลท์แคร์ ซึ่งยังมีความต้องการจากผู้บริโภคเป็นจำนวนมาก ประกอบกับบริษัทเตรียมออกสินค้าใหม่ และเดินเครื่องโรงงานที่ดำเนินการภายใต้ บริษัท เอสซีเอ็ม อินโนเวทีฟ จำกัด (SMI) ในช่วงไตร4/2563 ทำให้กิจกรรมหลายอย่างจะเกิดขึ้นในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ค่อนข้างมาก

จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X